วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ


เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้คนฟังเกิดความกลัวต่อผลของวิบากกรรมที่จะเกิดขึ้นกับตน ถ้าทำกรรมตามที่นางเปรตนี้เล่า 
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การทำปาณาติบาตด้วยความอาฆาตพยาบาท เบียดเบียน และการกล่าวคำสาบานด้วยคำเท็จ เป็นบาปมาก 
เพราะฉะนั้น  ผู้ไม่ต้องการได้รับวิบากดังกล่าวนี้  จึงไม่ควรทำปาณาติบาตด้วยความอาฆาตพยาบาท เบียดเบียน และกล่าวคำสาบานด้วยคำเท็จเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา

ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ อยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย
 
๖. ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ
เรื่องนางเปรตกินลูกคราวละ    ตน

(พระสังฆเถระถามว่า)
[๒๖]   เธอเปลือยกาย  มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว 
มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป 
หมู่แมลงวันพากันไต่ตอมเกลื่อนกล่น 
เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ในที่นี้
(นางเปรตนั้นตอบว่า)
[๒๗]   ท่านผู้เจริญ  ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก 
ได้รับความลำบาก  เพราะทำกรรมชั่วไว้ 
จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
[๒๘]   เวลาเช้า  คลอดลูก    คน  เวลาเย็นอีก    คน 
แล้วกินลูกเหล่านั้นทั้งหมด 
แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้
[๒๙]   หัวใจของดิฉันถูกความหิวแผดเผาสุมอยู่ 
ดิฉันไม่ได้ดื่มน้ำที่ควรดื่ม 
ขอเชิญท่านดูดิฉันซึ่งถึงความพินาศเช่นนี้เถิด
(พระเถระถามว่า)
[๓๐]   เมื่อก่อน  เธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย  วาจา  ใจอะไรไว้หรือ 
เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องกินเนื้อลูก
(นางเปรตนั้นตอบว่า)
[๓๑]   เมื่อก่อน  หญิงร่วมสามีของดิฉันคนหนึ่งได้ตั้งครรภ์ 
ดิฉันได้คิดร้ายต่อเธอ  มีใจประทุษร้ายได้ทำให้เธอแท้ง
[๓๒]   นางตั้งครรภ์    เดือนเท่านั้นก็ตกเลือด 
ครั้งนั้น  มารดาของนางโกรธแล้วเชิญญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม 
ให้ดิฉันสาบาน  และขู่เข็ญดิฉันให้กลัว
[๓๓]   ส่วนดิฉันนั้นได้กล่าวคำสาบานเท็จอย่างรุนแรงว่า 
ถ้าดิฉันทำความชั่วอย่างนี้จริง  ขอให้ดิฉันกินเนื้อลูกเถิด
[๓๔]   เพราะผลกรรม  คือการทำลายสัตว์มีชีวิต 
และการกล่าวเท็จทั้ง    อย่างนั้น 
ดิฉันจึงมีกายเปื้อนหนองและเลือด  กินเนื้อลูก

ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุที่    จบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น